หมดยุค “กาแฟถุง” ถึงคิวแฟรนไชส์ร้านชา “ตันหยง” เปิดใจขอเบียดแชมป์แบรนด์ดัง

ชาตันหยง ชาใต้ขายกรุงเทพฯ 7 วันคืนทุน!!
March 21, 2018
มองโลกมองเรา เน้นคุณภาพมากกว่าราคาชาตันหยง
July 3, 2018

หมดยุค “กาแฟถุง” ถึงคิวแฟรนไชส์ร้านชา “ตันหยง” เปิดใจขอเบียดแชมป์แบรนด์ดัง

ชั่วโมงนี้ผ่านไปเส้นทางไหนจะพบเจอ ร้านชา...ที่เปิดอยู่ทุกหนแห่ง หรือว่าถึงยุคของกระแสร้านชาที่ออกมาเบียดร้านกาแฟ จนทำให้มองไม่เห็นร้านกาแฟโดยเฉพาะกาแฟถุงกระดาษ และถ้าวันนี้ไม่นำเสนอเรื่องของ ร้านชา.. ก็คงจะตกกระแส และเพื่อเอาใจคนที่อยากเปิดร้านชา วันนี้มีเรื่องราวของแฟรนไชส์ ชาตันหยง .... มาฝาก
วันนี้ ถ้าพูดถึงร้านชา ...ชื่อ แฟรนไชส์ "ชาตันหยง" อาจจะยังไม่เป็นรู้จักมากเท่ากับแฟรนไชส์ชื่อดัง อย่าง.. ชาพะยอม การเปิดตัวของแฟรนไชส์ชาตันหยงเกิดขึ้นมาได้ไม่เกิน 2 ปี สาขาแฟรนไชส์ประมาณ 400 สาขา รูปแบบแฟรนไชส์เรียกว่าเหมือน หรือใกล้เคียงกับชาพะยอม เป็นอย่างมาก ...... เนื่องจากเป็นชาที่มีต้นกำเนิดมาจากปักษ์ใต้เหมือนกัน
สำหรับรูปแบบของแฟรนไชส์ร้านชาตันหยง คือ สูตรการชงชา และเครื่องดื่มอื่นๆ ที่มีให้ลูกค้าแฟรนไชส์ได้เลือกเรียนถึงกว่า 100 เมนู แต่ที่ฮอตฮิต และแฟรนไชส์นำไปเป็นเมนูเด่นของทางร้านจะมีอยู่กันเพียงแค่ 20 กว่า เมนูเท่านั้น แน่นอนเป็นร้านชา จุดเด่นอยู่ที่เครื่องดื่มชา ซึ่งทางเจ้าของได้พยายามคัดเลือกผงชาคุณภาพ เพื่อมาเอาใจคนที่ชื่่นชอบเครื่องดื่่มชา และเพื่อรับมือกับคู่แข่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก
"นางวลัยลักษณ์ วิณิชชาภิวงศ์" เจ้าของแฟรนไชส์ ชาตันหยง (CHATAYONG) เล่าถึงจุดเริ่มต้นแฟรนไชส์ชาตันหยง ว่า เกิดขึ้นมาจากตนเองเป็นคนจังหวัดพัทลุง ซึ่งเครื่องดื่มมื้อเช้าที่คนใต้นิยมดื่มกันมากที่สุดคือ ชา และครอบครัวก็ทำธุรกิจผงชา ดังนั้นเราจึงมั่นใจว่าเรามีผงชาที่คุณภาพดี ที่น่าจะโดนใจคนที่ชื่นชอบการดื่มชาในแบบฉบับของคนใต้ จึงได้ตัดสินใจทดลองเปิดร้านชา ซึ่งในช่วงนั้นกระแสของร้านชาก็เริ่มมาแรงอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้เปิดแฟรนไชส์ แต่เลือกเปิดร้านขายเองก่อน ซึ่งร้านแรกที่เปิดอยู่ในซอยเรวดี จังหวัดนนทบุรี ได้รับการตอบรับค่อนข้างดีมาก เลยตัดสินใจเปิดเพิ่มอีก 2 แห่งในกรุงเทพฯ

อย่างไรก็ตาม ทุกที่เป็นลักษณะของการเช่าพื้นที่ ปัญหาคือบางแห่งพอเช่าไปสักระยะหนึ่งเริ่มขายดี เจ้าของที่จะขอพื้นที่ขายคืน ทำให้ต้องย้ายที่ขายไปเรื่อยๆ ประกอบกับ การบริหารร้านเองหลายสาขา การจะดูแลให้ทั่วถึงทุกสาขาคงเป็นไปได้ยาก และในช่วงที่ผ่านมากระแสแฟรนไชส์ร้านชาแบรนด์ดังเริ่มมาแรง ก็เลยตัดสินใจว่าถ้างั้นลองขยายสาขาในรูปแบบของแฟรนไชส์ เพราะมั่นใจว่าคุณภาพชาของเราสามารถแข่งขันกับแฟรนไชส์ร้านชารายอื่นๆได้
“ที่ผ่านมาเรากล้าการันตีคุณภาพเครื่องดื่มโดยเฉพาะเมนูชา (เพราะเราเป็นร้านชาเนอะ) ว่าสามารถแข่งกับแบรนด์อื่นๆ ได้อย่างแน่นอน โดยกล้าบอกกับลูกค้าที่มาซื้อแฟรนไชส์ของเราเสมอว่า ถ้าเลือกทำเลนั้นทำได้ไม่ยาก ดูว่าตรงไหนที่มีร้านเครื่องดื่มลักษณะเดียวกับ หรือใกล้เคียงกับแบรนด์ของเรา เปิดขายอยู่ และเขาขายดี เราก็เปิดใกล้เคียงตรงนั้นได้เลย เพราะมั่นใจว่าชาตันหยงของเราแข่งกับเขาได้อย่างแน่นอน” คำบอกเล่าของคุณวลัยลักษณ์ที่ออกมาสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าแฟรนไชส์ของเธอ
สำหรับเป้าหมายการขยายสาขา แฟรนไชส์ ตั้งเป้าว่าภายในไม่เกินปี (2560) จะสามารถขยายสาขาแฟรนไชส์ให้ได้ 1,000 สาขา ส่วนรูปแบบแฟรนไชส์ของชาตันหยง มีอยู่ด้วยกัน 2 ราคา คือ ราคา 49,000 บาท อุปกรณ์การชง, หม้อต้มชา 3 ใบ, ผงชา, แก้ว, ถ้วยตวงนม, ถ้วยตวงชา, แก้วชง, ไวนีล ธงญี่ปุ่น (150x50cm) ฯลฯ อื่นๆ พร้อมกับสอนสูตรการชงเครื่องดื่ม 100 สูตร ซึ่งลูกค้าแฟรนไชส์จะเลือกนำไปใช้จริงประมาณ 20 สูตร เป็นสูตรที่ได้รับความนิยมจากลูกค้า แต่ถ้าเรียนทั้งหมดก็ได้เช่นกัน เมนูเด่นของร้านคือ ชาแดง และชาเขียว ส่วนแบบที่ 2 ราคา 69,000 บาท ลูกค้าแฟรนไชส์จะได้รับ เคาน์เตอร์ อุปกรณ์การชง, ผงชา, แก้ว, หม้อต้มชา 3 ใบ, ถ้วยตวงนม, ถ้วยตวงชา, แก้วชง, ไวนีล ธงญี่ปุ่น (150x50cm) ฯลฯ อื่นๆ
“วลัยลักษณ์” บอกกับเราว่า ที่ผ่านมาลูกค้าเลือกแฟรนไชส์ราคา 49,000 บาทเพราะส่วนใหญ่จะไปตกแต่งร้านเอง หรือไม่ก็จะขายในรถ ซึ่งเงินที่เราเรียกเก็บตรงนี้ไม่ได้ตายตัวเพราะไม่ใช่ค่าแฟรนไชส์ แต่เป็นค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าบางรายอาจจะมีเงินไม่พอ ก็ต้องมาคุยกันในรายละเอียด เพราะอุปกรณ์บางอย่างที่เรากำหนดให้ลูกค้าซื้อ แต่ถ้าคิดว่าไม่จำเป็นลูกค้าอาจจะไม่ซื้อได้ แต่หลังจากที่เป็นแฟรรนไชส์ และใช้ยี่ห้อชาตันหยงของเราแล้ว ลูกค้าจะต้องซื้อผงชาแดง และแก้วที่มีโลโก้จากเราเท่านั้น เพื่อให้คุณภาพของเครื่องดื่มที่เป็นเมนูเด่นของเราเหมือนกันทุกร้าน ซึ่งประโยชน์ที่ได้รับก็จะเกิดแก่ลูกค้าแฟรนไชส์เอง เพราะการแข่งขันที่สูงมากขนาดนี้ถ้าไม่สามารถควบคุมคุณภาพสม่ำเสมอได้ โอกาสที่จะไม่ประสบความสำเร็จก็มีสูงมากเช่นกัน
พอถามถึงโอกาสการคืนทุน เจ้าของแฟรนไชส์บอกว่า ไม่การันตีว่าจะคืนทุนได้เมื่อไหร่ แต่เร็วสุดที่เคยมีคือประมาณ 7 วัน ซึ่งทุกอย่างยังต้องขึ้นอยู่กับทำเลเป็นหลัก ส่วนผลตอบแทนหรือกำไร ต่อหน่วยอยู่ที่แก้วละ 15 บาท ซึ่งเมื่อคิดต้นทุนจะอยู่ที่แก้วละ 10 บาท วันหนึ่งขายได้ 100 แก้วจะได้กำไรประมาณ 1,500 บาท (ไม่หักค่าใช้จ่าย ค่าเช่า หรือค่าแรง) โดยจุดขายของแฟรนไชส์ร้านชาที่ทำให้หลายคนปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วยดึงให้ลูกค้าเข้าไปใช้บริการ คือ ราคา "แก้วละ 25 บาท ทุกเมนู" เพราะเวลานี้ไม่มีใครปฏิเสธกลยุทธ์ราคาได้...ส่วนรสชาติวัดกันภายหลัง และถ้าอร่อยและถูกด้วยละก็ โอกาสประสบความสำเร็จมีสูง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *